<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แหล่งข้อมูล กันขโมย กล้องวงจรปิด กันขโมยบ้าน ระบบรักษาความปลอดภัย &#187; Monster</title>
	<atom:link href="http://www.reviewermonster.com/author/reviewermonster/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.reviewermonster.com</link>
	<description>กันขโมย,สัญญาณกันขโมย,กล้องวงจรปิด,ระบบกันขโมย,DVR</description>
	<lastBuildDate>Sun, 06 Mar 2011 15:27:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อุปกรณ์ กันขโมย PIR กับการแบ่งเกรด</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2-pir/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2-pir/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2009 14:01:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[กันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[บทความกันขโมย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[พอดีมีคนถามคำถามสำหรับเรื่องการแบ่งเกรด PIR
วันนี้ผมจะแชร์วิธีเลือกซื้อ PIR กันเล่นๆละกันครับ
มาตรฐานการแบ่งเกรด ของอังกฤษตัวนี้เริ่มใช้ในปี 2005 ครับ โดยเป็นข้อกำหนดสำหรับการติดตั้งตามสถานที่ต่างๆครับ
สำหรับ security gradeในหมวด detector ของ intruder alarm แบ่งออกเป็น 4เกรดครับ คือ security grade 1-4
แล้วต่างกันตรงไหน ?
หน้าที่ของ pir หรือ detector ยังงัยก็ไม่เปลี่ยนครับ คือ ตรวจจับ และส่งสัญญาณจะต่างกันที่ฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามา และสถานที่ใช้งาน
สำหรับ grade 1 นั้นจะใช้ในที่มีความเสี่ยงต่ำไล่ไปเรื่อยๆจนถึง 4 ที่มีความเสี่ยสูง
security grade 1 &#8211; ให้ใช้ในสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่ำ สำหรับตลาด DIY เช่นสินค้า DIY จากจีนเป็นต้น
security grade 2 &#8211; ให้ใช้ในสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่ำถึงกลาง เช่น ที่พักอาศัย เช่นบ้านพักโดยทั่วไป
security grade 3 &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีมีคนถามคำถามสำหรับเรื่องการแบ่งเกรด PIR<br />
วันนี้ผมจะแชร์วิธีเลือกซื้อ PIR กันเล่นๆละกันครับ</p>
<p>มาตรฐานการแบ่งเกรด ของอังกฤษตัวนี้เริ่มใช้ในปี 2005 ครับ โดยเป็นข้อกำหนดสำหรับการติดตั้งตามสถานที่ต่างๆครับ</p>
<p>สำหรับ security gradeในหมวด detector ของ intruder alarm แบ่งออกเป็น 4เกรดครับ คือ security grade 1-4</p>
<p>แล้วต่างกันตรงไหน ?<span id="more-90"></span><br />
หน้าที่ของ pir หรือ detector ยังงัยก็ไม่เปลี่ยนครับ คือ ตรวจจับ และส่งสัญญาณจะต่างกันที่ฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามา และสถานที่ใช้งาน</p>
<p>สำหรับ grade 1 นั้นจะใช้ในที่มีความเสี่ยงต่ำไล่ไปเรื่อยๆจนถึง 4 ที่มีความเสี่ยสูง</p>
<p>security grade 1 &#8211; ให้ใช้ในสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่ำ สำหรับตลาด DIY เช่นสินค้า DIY จากจีนเป็นต้น<br />
security grade 2 &#8211; ให้ใช้ในสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่ำถึงกลาง เช่น ที่พักอาศัย เช่นบ้านพักโดยทั่วไป<br />
security grade 3 &#8211; ให้ใช้ในสถานที่ ที่มีความเสี่ยงกลางถึงสูง เช่น ร้านค้าโดยทั่วไป<br />
security grade 4 &#8211; ให้ใช้ในสถานที่ ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม</p>
<p>สำหรับทุกยี่ห้อที่ผมกล่าวและแนะนำในกระทู้ที่สอบถามต่างๆ เช่น honeywell, bosch, ness, wisdom, infinite, visonic, etc.. ล้วนมีอุปกรณ์ที่ใช้งานในระดับ security grade 2 ทั้งหมด</p>
<p>แล้วเอาอะไรมาแบ่งเกรด ?<br />
สิ่งที่แบ่งเกรดก็คือฟังก์ชัน เช่น security grade 3 เรียกร้องให้ detector สามารถแจ้งเตือนเมื่อถูกวัตถุบดบังได้ (anti mask) และสามารถแจ้งสัญญาณไปที่เครื่องได้</p>
<p>ทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณภาพของ sensor ครับ<br />
คุณภาพของ sensor ดูจากตรงไหน ?</p>
<p>วัดยาก สำหรับผม ดูจาก<br />
1. ความสามารถในการแบ่งแยกจำนวนองศาได้ละเอียด<br />
2. ดูวิธีการ sampling ข้อมูล ในแต่ละ sensor<br />
3. หลักในการใช้ลำแสงในแต่ละ sensor<br />
4. ความสามารถในการปรับเปลี่ยนหลักการเก็บข้อมูลตามสภาพแวดล้อม</p>
<p>สรุปเรื่อง security grade &#8211; สำหรับเราๆแล้ว ไม่ต้องไปใส่ใจในเรื่อง security grade เลยแม้แต่น้อย เพราะ datasheet ส่วนใหญ่จะไม่ได้โชว์</p>
<p>แล้วเลือกใช้แบบไหนดี ?<br />
ง่ายๆครับ เลือกจากเทคโนโลยีที่ใช้ + Brand อีกนิดหน่อย ไม่ใช่ว่าแนะนำให้บ้าแบรนด์ แต่ของที่มีแบรนด์มักจะใช้ sensor ที่มีคุณภาพกว่า</p>
<p>- หากใช้สำหรับบ้านทั่วไป ?<br />
ให้เลือกใช้ชนิด dual PIR ที่มีการให้ปรับ pulse หลายแบบหน่อยตั้งแต่ 2 ขึ้นไป</p>
<p>1 Pulse &#8211; ตรวจจับไว (พวกคนขายเวลา demo ชอบโชว์โดยใช้ตัวนี้ เราเห็นจะรู้สึกว่าตรวจจับไว)<br />
2-3 pulse &#8211; ผม recommended ให้ใช้ standard ที่ 2 เพราะโดยปกติ ขโมยจะไม่วิ่งปรู๊ดแล้วหายเลยอยู่แล้ว มักจะเดินวนไปเวียนมานั่นแหละ</p>
<p>- หากใช้สำหรับร้านค้าหรือโรงงาน &#8211; ผมแนะนำให้ใช้ชนิด dual technology คือ microwave + pir เพราะ microwave จะมี reliability ในช่วงความร้อนที่มากกว่า และสาเหตุที่ระบบ wireless ไม่ใช้เทคโนโลยีประเภทนี้เพราะ มันกินไฟ นั่นเอง</p>
<p>เช่นเดิม &#8211; สำหรับคนที่อยากสอบถามเพิ่มเติม ให้ส่ง link มาที่หลังไมค์ครับ จะได้ทราบว่าคำถามอยู่ตรงไหนจะได้ตามมาตอบถูก และอาจจะตอบช้าเล็กน้อย แต่จะพยายามตอบให้หมด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2-pir/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเลือกซื้อกล้องวงจรปิดชนิด Speed dome</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/cctv-articles/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-speed-dome/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/cctv-articles/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-speed-dome/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jan 2009 00:36:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกล้องวงจรปิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีคำถามจากทางบ้านมาครับ คือคุณต้น พอดีได้คำถามมาจาก email แต่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆได้ เลยนำมาโพสให้อ่านกันครับ
ผมมีเรื่องรบกวนสอบถามครับคือ ที่โรงงานที่บ้านผมกำลังจะติดตั้งกล้องวงจรปิด   hi speed dome ครับ เลยอยากให้แนะนำยี่ห้อหน่อยครับfunction ที่ผมต้องการจากตัวกล้องคือ
1.day/night
2. auto tracking
3.มีความคงทนสูงเพราะว่าใช้กลางแจ้ง
4.ถ้าย้อนแสงได้จะดีมากๆเลยครับ
ที่สนใจก้อมี Sanyo ครับ ราคาอบู่ที่ 61000 บาท อยากให้ช่วยแนะนำด้วยครับเพราะกล้องมีราคาสูงอยากให้มันใช้ได้นานๆครับ
งบประมาณไม่เกิน 80000 บาทครับ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับแนะนำ และขอบคูณล่วงหน้าครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้มีคำถามจากทางบ้านมาครับ คือคุณต้น พอดีได้คำถามมาจาก email แต่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆได้ เลยนำมาโพสให้อ่านกันครับ</p>
<p>ผมมีเรื่องรบกวนสอบถามครับคือ ที่โรงงานที่บ้านผมกำลังจะติดตั้ง<strong>กล้องวงจรปิด</strong>  <strong> hi speed dome</strong> ครับ เลยอยากให้แนะนำยี่ห้อหน่อยครับ<span id="more-84"></span>function ที่ผมต้องการจากตัวกล้องคือ<br />
1.day/night<br />
2. auto tracking<br />
3.มีความคงทนสูงเพราะว่าใช้กลางแจ้ง<br />
4.ถ้าย้อนแสงได้จะดีมากๆเลยครับ</p>
<p>ที่สนใจก้อมี Sanyo ครับ ราคาอบู่ที่ 61000 บาท อยากให้ช่วยแนะนำด้วยครับเพราะกล้องมีราคาสูงอยากให้มันใช้ได้นานๆครับ<br />
งบประมาณไม่เกิน 80000 บาทครับ</p>
<p>หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับแนะนำ และขอบคูณล่วงหน้าครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/cctv-articles/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-speed-dome/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อควรระวังในการวางระบบ กล้องวงจรปิด ip camera</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-camera/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-camera/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2008 18:34:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[ip camera]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความกล้องวงจรปิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=82</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความที่ผ่านมา เราได้ทราบถึงผลเสียของการใช้กล้องวงจรปิด ip camera กันแล้ว แต่สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานจริงๆ วันนี้จะมีวิธีการออกแบบระบบกล้อง ip camera และระบบรักษาความปลอดภัย แบบ ip มาให้ฟัง


ระวังในการออกแบบระบบ Network ให้ดี

การเลือกใช้ Core switch ต้องเลือก switch ที่สามารถลองรับอัตราการไหลของข้อมูลทั้งหมดได้ ผมมีวิธีการคำนวณแบบง่ายๆมาแชร์ให้ฟัง (จริงๆ ต้องคำนวณ ละเอียดกว่านี้มาก แต่เอาไว้เป็นไอเดีย ไม่ให้โดนคนขายหลอก) โดยปกติกล้องวงจรปิด ชนิด ip camera จะมีการส่งภาพวีดีโอ ตั้งแต่ 32 kbps &#8211; 3 Mbps ซึ่งแล้วแต่คุณภาพของกล้องว่ามีคุณภาพมากขนาดไหน โดยทั่วไปที่คุณภาพเท่ากับ VCD ในการ Compression แบบ Mpeg4, H.264, H.263 จะต้องใช้ Bandwidth ที่ 2 Mbps เพราะฉะนั้น ถ้าในองค์กรเราใช้กล้องทั้งสิ้น 100 ตัว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากบทความที่ผ่านมา เราได้ทราบถึงผลเสียของการใช้<strong>กล้องวงจรปิด</strong> <strong>ip camera</strong> กันแล้ว แต่สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานจริงๆ วันนี้จะมีวิธี<strong>การออกแบบระบบกล้อง ip camera </strong>และ<strong>ระบบรักษาความปลอดภัย</strong> แบบ ip มาให้ฟัง</p>
<p><span id="more-82"></span></p>
<ul>
<li>ระวังในการออกแบบระบบ Network ให้ดี</li>
</ul>
<p>การเลือกใช้ Core switch ต้องเลือก switch ที่สามารถลองรับอัตราการไหลของข้อมูลทั้งหมดได้ ผมมีวิธีการคำนวณแบบง่ายๆมาแชร์ให้ฟัง (จริงๆ ต้องคำนวณ ละเอียดกว่านี้มาก แต่เอาไว้เป็นไอเดีย ไม่ให้โดนคนขายหลอก) โดยปกติกล้องวงจรปิด ชนิด ip camera จะมีการส่งภาพวีดีโอ ตั้งแต่ 32 kbps &#8211; 3 Mbps ซึ่งแล้วแต่คุณภาพของกล้องว่ามีคุณภาพมากขนาดไหน โดยทั่วไปที่คุณภาพเท่ากับ VCD ในการ Compression แบบ Mpeg4, H.264, H.263 จะต้องใช้ Bandwidth ที่ 2 Mbps เพราะฉะนั้น ถ้าในองค์กรเราใช้กล้องทั้งสิ้น 100 ตัว เราจะใช้ Bandwidth ที่ 200*2 = 400 Mbps (การคิดต้องคูณด้วย 2 ไว้เสมอ)เป็นอย่างน้อยตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p>โดยปกติ เราต้องคำนวณ Bandwidth เผื่อระบบอื่นๆด้วย ซึ่งคิดเป็น 10-20% ของระบบกล้อง ip เท่ากับ 200 + 40 = 240 Mbps และการออกแบบต้องมีการคิดเผื่อการขยายเพิ่มเติมในอนาคต ต้องเผื่อไว้ไม่ต่ำกว่าเท่าตัว คือ 440*2 = 880 Mbps และการเลือกใช้ switch ควรเลือกใช้ Mange switch นะครับ</p>
<p>ปัจจุบันกล้อง ip มักจะมีเทคโนโลยี POE (Power over Ethernet) ติดมาด้วยคือสามารถจ่ายไฟให้ตามสาย LAN ได้ ทำให้ประหยัดค่าเดินสายไฟ หรือ สะดวกต่อการสำลองไฟ และหากเราจะใช้ function นี้ switch ของเราก็จำเป็นต้องมีฟังก์ชันนี้ด้วยเช่นกัน แต่ควรระวังเรื่องกำลังส่งของไฟที่ switch สามารถส่งไปให้ด้วยนะครับ</p>
<ul>
<li>ระบบสำรองไฟ ต้องปึ้ก</li>
</ul>
<p>หากเราใช้ ip camera ที่รองรับ POE ก็จะง่ายขึ้นหน่อย คือสามารถสำรองไฟจากแหล่งเดียวกันได้เลยทั้ง switch และ กล้อง แต่ถ้าไม่มีก็ลำบากขึ้นเล็กน้อย แต่จงจำไว้ว่า อย่าให้ระบบ network เดี้ยงโดยเด็ดขาด</p>
<ul>
<li>หากต้องใช้กล้องภายนอก ควรใช้กล้อง Analog</li>
</ul>
<p>อย่าประหยัดกับการต้องจ่ายเพิ่มเพียงเล็กน้อย ในการใช้กล้องวงจรปิด ชนิด Analog และ Video server เพราะการแยกการทำงานจะทำให้ปัญหาของความร้อนลดน้อยลง และ Housing ที่ใส่ให้กับกล้อง ควรเลือกรุ่นที่มีพัดลม (Blower) ด้วย และมี ip rating ที่ ip 55 เป็นอย่างน้อย หรือถ้าให้ดีก็ควรเลือกที่ IP66</p>
<ul>
<li>ควรเลือกกล้องที่มีราคาสูง และมีมาตรฐานการผลิตที่ดี</li>
</ul>
<p>หลีกเลี่ยงกล้องที่มีราคาถูกซะ ไม่ใช่ต้องการให้เปลือง แต่กล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพราคาค่อนข้างสูง หากซื้อในราคาที่ขายกันต่ำกว่า 20,000 ลงมา (ราคาในประเทศไทย) ผมไม่แนะนำให้ใช้สำหรับองค์กร</p>
<ul>
<li>กรุณาให้ความสำคัญกับระบบบันทึก</li>
</ul>
<p>แนวความคิดในการบันทึกข้อมูลจากกล้องวงจรปิด มี 2 แนวความคิดใหญ่ๆ คือแบบรวมศูนย์ (Centralize) และแบบกระจายศูนย์ (Decentralize) แน่นอน คุณภาพจะแตกต่างกัน ส่วนราคาก็ต่างกันมากด้วย สำหรับส่วนนี้ไว้เมื่อมีเวลา ผมจะกลับมาเขียนให้อีกที และไม่ว่าจะออกแบบการบันทึกแบบไหน จงอย่าประหยัดเรื่องขนาดในการบันทึกเด็ดขาด ในอัตราการเปลืองเนื้อที่ที่เท่ากัน จงให้ความสำคัญ กับขนาดที่ใช้บันทึก มากกว่าค่า Frame rate เสมอ (ไม่จำเป็นต้องบันทึกเป็น real-time)</p>
<p>ส่วนอื่น เมื่อมีเวลาจะกลับมาเขียนเพิ่มครับ</p>
<p>* หมายเหตุ ip rating เป็นค่าที่ใช้วัดความสามารถในการป้องกันของแข็งและของเหลว โดยยิ่งมากยิ่งสามารถป้องกันได้มาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-camera/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้อง ip camera ความล้มเหลวในไทย</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Dec 2008 00:36:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[ip camera]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความกล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง ip]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=78</guid>
		<description><![CDATA[ในปัจจุบัน เราคงเคยได้คุ้นหูคำว่า กล้องวงจรปิด ชนิด ip (ip camera) มีอยู่หลายองค์กร ที่ได้เรียกร้องต้องการใช้กล้องวงจรปิดชนิด ip  หรือ ip camera โดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว ในองค์กรของคุณควรใช้จริงๆรึเปล่า รวมถึงผู้ประกอบการ ตัวแทนจำหน่าย หรือ SI (System integrator)ที่ชอบ ip camera กันนักหนา วันนี้ผมจะชี้ให้เห็นถึงจุดด้อยอันยิ่งใหญ่ให้ฟังหลายๆคนคงโดนโม้มาให้ฟังว่า กล้อง ip camera ดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ trend ได้เปลี่ยนแล้ว เดี๋ยวนี้หันมาใช้กล้อง ip camera กันหมดแล้ว ครับผมยอมรับครับว่า trend ในยุโรป หลายๆประเทศ หรือในบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง ได้เปลี่ยนมาใช้กล้องในระบบ ip camera กันหมด แต่ มันจะเหมาะสมกับเมืองไทยจริงหรือไม่ ปัญหามีดังนี้ครับ

ในเมืองไทยกล้องวงจรปิด ip camera มีราคาสูงมาก เนื่องจากยังไม่เป็นที่แพร่หลายและคนใช้เป็นจำนวนน้อย ส่วนกล้องที่ราคาถูกๆ อย่างตัวละไม่กี่พัน คุณภาพก็ห่วยสมกับราคา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน เราคงเคยได้คุ้นหูคำว่า <strong>กล้องวงจรปิด ชนิด ip</strong> <strong>(ip camera)</strong> มีอยู่หลายองค์กร ที่ได้เรียกร้องต้องการใช้<strong>กล้องวงจรปิด</strong><strong>ชนิด ip</strong>  หรือ <strong>ip camera</strong> โดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว ในองค์กรของคุณควรใช้จริงๆรึเปล่า รวมถึงผู้ประกอบการ ตัวแทนจำหน่าย หรือ SI (System integrator)ที่ชอบ<strong> ip camera</strong> กันนักหนา วันนี้ผมจะชี้ให้เห็นถึงจุดด้อยอันยิ่งใหญ่ให้ฟัง<span id="more-78"></span>หลายๆคนคงโดนโม้มาให้ฟังว่า กล้อง ip camera ดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ trend ได้เปลี่ยนแล้ว เดี๋ยวนี้หันมาใช้กล้อง ip camera กันหมดแล้ว ครับผมยอมรับครับว่า trend ในยุโรป หลายๆประเทศ หรือในบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง ได้เปลี่ยนมาใช้กล้องในระบบ ip camera กันหมด แต่ มันจะเหมาะสมกับเมืองไทยจริงหรือไม่ ปัญหามีดังนี้ครับ</p>
<ol>
<li>ในเมืองไทย<strong>กล้องวงจรปิด</strong> <strong>ip camera</strong> <strong>มีราคาสูงมาก</strong> เนื่องจากยังไม่เป็นที่แพร่หลายและคนใช้เป็นจำนวนน้อย ส่วนกล้องที่ราคาถูกๆ อย่างตัวละไม่กี่พัน คุณภาพก็ห่วยสมกับราคา เช่นพวกกล้อง vivotek, level1, etc.. ใช้สำหรับบ้านทั่วไปที่สิ้นคิด ยังพอใช้งานได้ซัก 3-4 เดือน ของผมเคยซื้อมาเล่น 4 ตัว เดือนแรกเจ๊ง 1 ตัว เดือนที่ 2 เจ๊งอีกตัว เดือนที่ 4 เจ๊งทุกตัว ไว้ว่างๆ จะมา review กันให้ฟังครับ ส่วนกล้องที่ดีๆ ราคาก็สูงมากมาย เช่น Bosch ราคาอัดไปที่ 3-4 หมื่นบาทต่อตัว</li>
<li>มันพังได้ง่ายมาก เพราะ กล้อง ip camera ไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งาน outdoor เคยเดินทางไปที่เมืองท่องเที่ยวครับ ขนาดใช้กล้อง Bosch อย่างดี แต่ติดที่เป็นกล้อง ip camera ส่วนใหญ่เดี้ยงหมดครับ เพราะเกิดจากความร้อนที่มากเกิน หลายๆคนคงเริ่มสงสัย อ้าว&#8230;แล้วมันต่างจากกล้อง analog ตรงไหนกัน คำตอบคือ ต่างครับ ต่างกันมาก อธิบายง่ายๆ กล้อง ip camera จริงๆ มันก็คือ กล้อง analog + Video server (เป็นตัวแปลงสัญญาณจาก analog เป็น digital และส่งสัญญาณผ่าน network ได้ เหมือนพวก Switching Hub ที่ส่งสัญญาณผ่าน LAN นั่นเอง) ปัญหาอยู่ที่นี่เองครับ โดยปกติ การจับภาพและการส่งสัญญาณภาพแบบ analog ก็จะมีความร้อนเกิดขึ้นอยู่แล้ว กระบวนการแปลงสัญญาณและการบีบอัด (Compression) ยิ่งมีความร้อนออกมามาก รวมกับสภาพอากาศในประเทศไทย ที่แม้ว่าช่วงนี้จะเย็นขึ้นมาหน่อย ก็เกิดอาการเดี้ยงอย่างสมบูรณ์ครับ กล้อง ip camera จะดับไปเฉยๆ</li>
<li>Infra srtucture (Network)ในประเทศไทยไม่ค่อย support (เงินในกระเป๋าเรา) เท่าไหร่ เพราะ application ip ทุกอย่างจะวิ่งบน LAN ทั้งหมด อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เดี้ยง ก็เพราะประหยัดในส่วนนี้นั่นเอง แล้วยี่ห้ออะไรดีล่ะที่เหมาะสมกับกล้อง ip camera ว้าว ..^-^ คำถามสุดคลาสสิกครับ คำตอบคือ Cisco, 3Com ซึ่งถ้าออกแบบโดยใช้ยี่ห้อ ดังกล่าว หน้าหงายครับเพราะราคา switch แต่ละตัว เป็นแสนทั้งนั้น(ต้องใช้รุ่นระดับสูงครับ รุ่นเล็กๆใช้ไม่ได้ใน surveillance application) แล้วถ้าไม่ใช้ล่ะ ปัญหาก็อย่างที่ผมกล่าวบ่อยๆครับ คือใช้ซักพักจะเดี้ยง ^-^ และเสียทีมันจะเสียทั้งหมด</li>
<li>ระบบบันทึกสำหรับกล้องวงจรปิดชนิด ip ในแต่ละยี่ห้อไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ซึ่งเท่ากับผูกมัดเราว่า ถ้าเราต้องการติดตั้งกลองวงจรปิดเพิ่มเติม เราจำเป็นต้องใช้กล้องยี่ห้อนั้นจนวันตาย หรือต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด หรือถ้าสามารถใช้งานร่วมกันได้ก็มีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ แน่นอนครับในโลกนี้ก็มีอยู่หลายยี่ห้อที่พัฒนาระบบซอฟท์แวร์สำหรับบันทึกภาพจากกล้อง ip camera ขึ้นมา เช่น Milestone, Nice, Genesis, etc.. แต่ราคานั้นสูงลิบลิ่ว เอาเป็นว่าเฉพาะค่าลิขสิทธิ์ต่อกล้อง ก็ปาเข้าไปหลายพัน จนถึงหลักหมื่น สำหรับซอฟท์แวร์ที่แถมมากับกล้องคุณภาพก็สุดแสนจะอนาถา เอาเป็นว่ากลับไปใช้กล้อง Analog ร่วมกับระบบบันทึกชนิด DVR (Digital video recorder) ดีกว่าครับ</li>
<li>หากเป็นกล้องที่คุณภาพเดียวกัน ราคากล้อง  ip camera ที่มีคุณภาพ ราคาจะสูงกว่าค่อนข้างมาก (ประมาณ 1-2 หมื่น ^-^) อ้าว แล้วทำไมเราจึงซื้อกล้อง ip แบบถูกๆได้ล่ะ (ต่ำกว่าหมื่น) ก็เพราะมันห่วยน่ะสิครับ ลองนึกดูว่าถ้าตอนนี้ท่านติดกล้องห่วยๆของ Fujiko หรือจีนแดงยี่ห้ออื่นตัวละประมาณ 7,000 บาท แล้วตอนนี้กำลังอยากเปลี่ยนไปใช้กล้อง ip ที่คุณภาพเท่าเดิม เราก็ต้องควักเงินในกระเป๋าประมาณ 17,000 บาท จึงจะได้กล้อง ip ที่มีคุณภาพห่วยทัดเทียมกัน ว้าว&#8230;สนมั้ยครับ</li>
<li>เมื่อติดตั้งเสร็จสิ้น ในระบบที่ไม่ใหญ่นัก (100 ตัวในอาคารเดียวกันหรือใกล้ๆกัน) ราคาจะสูงกว่าการใช้งานระบบ Analog เกินเท่าตัว</li>
</ol>
<p>เอาไว้เท่านี้ก่อนละกันครับ ไว้นึกออกเพิ่มเติมแล้วจะมาเขียนเพิ่มต่อให้อีกที อ้อ แต่ถ้าท่านเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ และมีงบประมาณเหลือเฟือ ว่างๆ จะมาลงวิธีการออกแบบสำหรับ ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงให้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อย่าเสียเวลาใช้ Beam detector กันขโมย</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%ba%e0%b8%babeam-detector/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%ba%e0%b8%babeam-detector/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Nov 2008 16:34:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[กันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[บทความกันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[Beam detector]]></category>
		<category><![CDATA[pir detector]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ กันขโมย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=69</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆครั้งที่มีคนถามกันเข้ามาว่า จะใช้ระบบกันขโมย หรือ อุปกรณ์กันขโมย ชนิดไหนในการป้องกันแนวรั้ว หรือภายนอกบ้านดี เชื่อมั้ยครับ ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักจะตอบว่า ถ้าสำหรับบ้านที่พักอาศัยทั่วไปอุปกรณ์พวกนั้นไม่มีประโยชน์ครับ ติดไปก็ทิ้งซะเปล่าๆ เปลืองเงิน
สาเหตุหลักนั้นมาจาก อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้ภายนอก การทำงานมักจะไม่ได้ประสิทธิตามที่เราคาดหวังไว้ ไม่ว่าจะเป็น Beam detector, Fence sensor, etc.. โดยเฉพาะ Beam detector ไม่ว่าจะเป็นชนิด Dual, Tri, Quad (ใช้sensor ตรวจจับ 2,3,4 ตัว ในการทำงาน) หรือจะมีมากกว่านี้ก็ตาม เพราะอุปกรณ์พวกนี้ถูกออกแบบมาอย่างง่ายๆ ฝรั่งเค้าเรียกว่า Dumb sensor (เซนเซอร์แบบโง่ๆ) เพราะหลักการทำงานนั้นคือการวางตัวอุปกรณ์ที่มีอยู่เป็นคู่คือตัวรับและตัวส่ง วางแยกกัน หากมีสิ่งใดตัดเส้น 2 ใน 3 เส้น ให้อุปกรณ์ทำการส่งสัญญาณแจ้งเตือน นึกถึงสภาพที่แมวกระโดดเดินผ่านกำแพง หรือนกบินผ่าน&#8230;.ตรู๊ดดดดดดดด&#8230;เท่าที่เคยเห็นส่วนมากมักจะปิดกันภายในเวลาไม่กี่เดือน สรุปก็คือซื้อเสียตังค์ฟรีๆ
สำหรับการบ้านนั้น ใช้สำหรับภายใน และติด sensor ตามประตูหน้าต่างก็เพียงพอแล้วครับ เพราะส่วนใหญ่พอเข้ามา อุปกรณ์เตือนภัยก็ดังจนไล่โจรส่วนใหญ่เตลิดหมดแล้วครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายๆครั้งที่มีคนถามกันเข้ามาว่า จะใช้<strong>ระบบ</strong><strong>กันขโมย</strong> หรือ อุปกรณ์<strong>กันขโมย</strong> ชนิดไหนในการป้องกันแนวรั้ว หรือภายนอกบ้านดี เชื่อมั้ยครับ ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักจะตอบว่า ถ้าสำหรับบ้านที่พักอาศัยทั่วไปอุปกรณ์พวกนั้นไม่มีประโยชน์ครับ ติดไปก็ทิ้งซะเปล่าๆ เปลืองเงิน<span id="more-69"></span></p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 116px"><img title="beam detector" src="http://www.reviewermonster.com/wp-content/uploads/2008/11/10-beam_detector.jpg" alt="beam detector" width="106" height="106" /><p class="wp-caption-text">beam detector</p></div>
<p>สาเหตุหลักนั้นมาจาก อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้ภายนอก การทำงานมักจะไม่ได้ประสิทธิตามที่เราคาดหวังไว้ ไม่ว่าจะเป็น Beam detector, Fence sensor, etc.. โดยเฉพาะ Beam detector ไม่ว่าจะเป็นชนิด Dual, Tri, Quad (ใช้sensor ตรวจจับ 2,3,4 ตัว ในการทำงาน) หรือจะมีมากกว่านี้ก็ตาม เพราะอุปกรณ์พวกนี้ถูกออกแบบมาอย่างง่ายๆ ฝรั่งเค้าเรียกว่า Dumb sensor (เซนเซอร์แบบโง่ๆ) เพราะหลักการทำงานนั้นคือการวางตัวอุปกรณ์ที่มีอยู่เป็นคู่คือตัวรับและตัวส่ง วางแยกกัน หากมีสิ่งใดตัดเส้น 2 ใน 3 เส้น ให้อุปกรณ์ทำการส่งสัญญาณแจ้งเตือน นึกถึงสภาพที่แมวกระโดดเดินผ่านกำแพง หรือนกบินผ่าน&#8230;.ตรู๊ดดดดดดดด&#8230;เท่าที่เคยเห็นส่วนมากมักจะปิดกันภายในเวลาไม่กี่เดือน สรุปก็คือซื้อเสียตังค์ฟรีๆ</p>
<p>สำหรับการบ้านนั้น ใช้สำหรับภายใน และติด sensor ตามประตูหน้าต่างก็เพียงพอแล้วครับ เพราะส่วนใหญ่พอเข้ามา อุปกรณ์เตือนภัยก็ดังจนไล่โจรส่วนใหญ่เตลิดหมดแล้วครับ หรือถ้าอยากจะมีระบบไว้ป้องกันจริงๆผมแนะนำว่าควรหาชนิดที่เป็น Passive Infrared (Outdoor PIR)</p>
<p>ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนาไปค่อนข้างไกล สามารถเอามาใช้งานได้จริง ในไทยเองก็เริ่มมีตัวแทนจำหน่ายเอามาขายแล้วเช่นกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%ba%e0%b8%babeam-detector/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การตั้งการเตือนภัย กันขโมย</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2008 16:32:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[กันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[บทความกันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[กันขโมยบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบรักษาความปลอดภัย บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณกันขโมย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับผู้ที่ติดระบบกันขโมยบ้านหรือกันขโมยรถ การที่มีการเตือนภัยผิดพลาดขึ้น ถ้าไม่บ่อยครั้งท่านอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร แต่สำหรับคนข้างบ้านแล้ว ท่านอาจจะเป็นคนที่กำลังถูกด่าอยู่ในใจก็ได้ เพราะฉะนั้นเลือกใช้ระบบกันขโมย และการตั้งระยะเวลาการเตือนภัย จึงเป็นมารยาทที่ควรคำนึง
1. การตั้งเวลาการเตือนที่เหมาะสมนั้น ไม่ควรตั้งเป็นระยะเวลานานมากนัก สำหรับบางประเทศทางยุโรป จะมีกฏหมายควบคุมด้านระยะเวลาการดังของการแจ้งเตือนด้วย สำหรับบ้านเรานั้นไม่มี แต่เป็นมารยาทที่พึงกระทำ (ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพราะเสียงดังนี่แหละ)
สำหรับความดังถ้าเป็น dB แท้ ที่มีค่าตามที่กล่าวอ้างจากข้อมูลจริงๆ ค่าที่ 100-110 dB ก็เรียกว่าตื่นกันทั้งบ้านแล้ว แต่หากเป็นค่าที่มาจากสินค้าที่มาจากจีน หรือรุ่นสินค้าที่ถูกๆ อาจจะต้องนำมาทดสอบอีกรอบซะก่อน เพราะส่วนใหญ่ที่ทดลอง มักจะมีค่าเกินความจริง (ผมเคยทดลองเปรียบเทียบ จีนให้ค่ามาที่ 120 dB แต่อิสราเอลให้ค่ามาที่ 100 dB ผมปรากฏว่า ของอิสราเอลมีเสียงที่ดังมากกว่าทั้งระยะใกล้ และไกล)
2. ระยะเวลาในการเตือนภัย ถ้าเป็นระบบกันขโมยรุ่นเก่าๆ มักจะตั้งระยะเวลาเตือนภัยเป็นระยะเวลานาน ซึ่งไม่ค่อยจำเป็นนัก ลองคิดว่าตัวเองเป็นขโมยสิครับ เสียงดังลั่นมาไม่ต้องรอให้ถึงวินาที ก็เผ่นตูดแน่บแล้ว เพราะฉะนั้น การตั้งเป็นระยะเวลาที่ 1 นาทีก็เป็นเวลาที่เพียงพอแล้ว หรือถ้าต้องการให้นานมากจริงๆ ก็ไม่ควรเกินที่ 3 นาที การป้องกันตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องอย่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนครับ









 PR: [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับผู้ที่ติดระบบ<strong>กันขโมยบ้าน</strong>หรือ<strong>กันขโมยรถ</strong> การที่มีการเตือนภัยผิดพลาดขึ้น ถ้าไม่บ่อยครั้งท่านอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร แต่สำหรับ<strong>คนข้างบ้าน</strong>แล้ว ท่านอาจจะเป็นคนที่กำลังถูกด่าอยู่ในใจก็ได้ เพราะฉะนั้นเลือกใช้<strong>ระบบกันขโมย </strong>และการตั้งระยะเวลาการเตือนภัย จึงเป็นมารยาทที่ควรคำนึง<span id="more-61"></span></p>
<p>1. การตั้งเวลาการเตือนที่เหมาะสมนั้น ไม่ควรตั้งเป็นระยะเวลานานมากนัก สำหรับบางประเทศทางยุโรป จะมีกฏหมายควบคุมด้านระยะเวลาการดังของการแจ้งเตือนด้วย สำหรับบ้านเรานั้นไม่มี แต่เป็นมารยาทที่พึงกระทำ (ที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาก็เพราะเสียงดังนี่แหละ)</p>
<p>สำหรับความดังถ้าเป็น dB แท้ ที่มีค่าตามที่กล่าวอ้างจากข้อมูลจริงๆ ค่าที่ 100-110 dB ก็เรียกว่าตื่นกันทั้งบ้านแล้ว แต่หากเป็นค่าที่มาจากสินค้าที่มาจากจีน หรือรุ่นสินค้าที่ถูกๆ อาจจะต้องนำมาทดสอบอีกรอบซะก่อน เพราะส่วนใหญ่ที่ทดลอง มักจะมีค่าเกินความจริง (ผมเคยทดลองเปรียบเทียบ จีนให้ค่ามาที่ 120 dB แต่อิสราเอลให้ค่ามาที่ 100 dB ผมปรากฏว่า ของอิสราเอลมีเสียงที่ดังมากกว่าทั้งระยะใกล้ และไกล)</p>
<p>2. ระยะเวลาในการเตือนภัย ถ้าเป็น<strong>ระบบกันขโมย</strong>รุ่นเก่าๆ มักจะตั้งระยะเวลาเตือนภัยเป็นระยะเวลานาน ซึ่งไม่ค่อยจำเป็นนัก ลองคิดว่าตัวเองเป็นขโมยสิครับ เสียงดังลั่นมาไม่ต้องรอให้ถึงวินาที ก็เผ่นตูดแน่บแล้ว เพราะฉะนั้น การตั้งเป็นระยะเวลาที่ 1 นาทีก็เป็นเวลาที่เพียงพอแล้ว หรือถ้าต้องการให้นานมากจริงๆ ก็ไม่ควรเกินที่ 3 นาที การป้องกันตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องอย่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนครับ</p>
<div id="seolinx-tooltip" style="border: 1px solid #000000; margin: 0pt; padding: 0pt; display: none; opacity: 0.9; position: absolute; width: auto; z-index: 99999;">
<table style="border: 0pt none; margin: 0pt; padding: 0pt; border-collapse: separate; width: auto;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td id="seolinx-table" style="border: 0pt none; margin: 1px; padding: 0pt; font-family: Tahoma; font-size: 11px; font-weight: bold;">
<div style="margin: 0pt; padding: 0pt; overflow: auto; width: auto;">
<table id="seolinx-paramtable" style="border: 1px solid gray; margin: 0pt; border-collapse: separate;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://toolbarqueries.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> PR: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google pagerank" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://www.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> I: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google index" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://www.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> L: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google links" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://siteexplorer.search.yahoo.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> LD: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Yahoo linkdomain" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://search.msn.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> I: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="MSN index" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Sitemap.xml" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://siteanalytics.compete.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> C: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Compete Rank" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://seodigger.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> SD: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Seodigger" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</td>
<td id="seolinx-tooltip-close" style="border: 0pt none; margin: 0pt; padding: 1px; cursor: pointer; vertical-align: middle; width: auto;" title="close"><img src="chrome://seoquake/content/skin/close.gif" alt="" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเลือกซื้อระบบ กันขโมย</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/howtobuy-homesecurity/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/howtobuy-homesecurity/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2008 12:53:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[กันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[บทความกันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[กันขโมยบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเลือกกันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเลือกกันขโมยบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเลือกสัญญาณกันขโมย]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณกันขโมย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมอยากพูดถึงวิธีเลือกระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับบ้าน หรือเรียกว่า กันขโมยบ้านมาให้เพื่อนๆ ฟัง โดยส่วนตัวแล้วเคยเล่นกันขโมยบ้านมาหลายยี่ห้อมีบ้างที่ซื้อมาลองเล่นเอง กันขโมยบางยี่ห้อก็เป็นเพื่อนผมที่ซื้อ วันนี้เลยมาแชร์วิธีเลือกกัน

เนื่องจากส่วนใหญ่เพื่อนๆคงเลือกซื้อระบบกันขโมยสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วใช่มั้ยครับ แล้วที่เปิดมาเจอบทความนี้นี่ ก็เพิ่งโดนขโมยขึ้นบ้านหรือไม่ก็เป็นคนรู้จักโดนขโมยขึ้นบ้านใช่มั้ยครับ ไม่ต้องกลัวครับผมไม่ใช่หมอดูก็เดาออก เพราะท่านเป็นคนส่วนใหญ่ของประชากรชาวโลก ซึ่งเป็นกันทั่วโลกครับ ไม่ใช่แค่คนไทย ยกเว้นบางประเทศที่เค้ามีกฎหมายให้ใช้ เท่านั้นเอง (ก็เค้าจำเป็นนี่นา 55+)
เพราะฉะนั้นผมจะเสนอวิธีเลือกกันขโมยไร้สายนะครับ เพราะเหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วที่สุด
การเลือกซื้อระบบกันขโมย
1. สำหรับในประเทศไทย ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีราคาตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปครับ เพราะโดยส่วนมากแล้วที่ราคาต่ำกว่านั้นมักจะเป็นของที่ไม่มีประสิทธิภาพผลิตจากโรงงานที่ไม่เข้มงวดด้านการ QC ปัญหาก็คือการใช้งานผิดพลาด ระบบกันขโมยไม่ได้มาตรฐานเกิดเตือนภัยผิดพลาดบ่อยๆ บลา..บลา..บลา
2. เลือกเครื่องกันขโมย (Alarm panel) รุ่นที่ ไฟสำรอง (battery backup) หมดแล้ว keycode ที่ได้ register ไว้กับตัวเครื่องแล้วไม่หาย ไม่งั้นพอมีปัญหาที เรื่องใหญ่เลยครับทีนี้
3. เลือกอุปกรณ์กันขโมย เช่น PIR, magnetic sensor ที่ใช้ Lithium battery อย่าไปหลงคำโม้ยี่ห้อที่ใช้ถ่านอัลคาไลน์ (Alkaline battery) แล้วบอกว่า ระบบประหยัดพลังงานชนิดพิเศษ&#8230;&#8230;ทำให้มีอายุแบตยาวนานถึง&#8230;เด็ดขาด เพราะสุดท้ายพวกนี้มักจะมีหมายเหตุว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ผมอยากพูดถึงวิธีเลือก<strong>ระบบรักษาความปลอดภัย</strong>สำหรับบ้าน หรือเรียกว่า <strong>กันขโมย</strong>บ้านมาให้เพื่อนๆ ฟัง โดยส่วนตัวแล้วเคยเล่น<strong>กันขโมย</strong>บ้านมาหลายยี่ห้อมีบ้างที่ซื้อมาลองเล่นเอง <strong>กันขโมย</strong>บางยี่ห้อก็เป็นเพื่อนผมที่ซื้อ วันนี้เลยมาแชร์วิธีเลือกกัน</p>
<p><span id="more-57"></span></p>
<p>เนื่องจากส่วนใหญ่เพื่อนๆคงเลือกซื้อ<strong>ระบบกันขโมย</strong>สำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วใช่มั้ยครับ แล้วที่เปิดมาเจอบทความนี้นี่ ก็เพิ่งโดนขโมยขึ้นบ้านหรือไม่ก็เป็นคนรู้จักโดนขโมยขึ้นบ้านใช่มั้ยครับ ไม่ต้องกลัวครับผมไม่ใช่หมอดูก็เดาออก เพราะท่านเป็นคนส่วนใหญ่ของประชากรชาวโลก ซึ่งเป็นกันทั่วโลกครับ ไม่ใช่แค่คนไทย ยกเว้นบางประเทศที่เค้ามีกฎหมายให้ใช้ เท่านั้นเอง (ก็เค้าจำเป็นนี่นา 55+)<a href="http://www.reviewermonster.com/wp-content/uploads/2008/11/alarm-system.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-58" title="alarm system" src="http://www.reviewermonster.com/wp-content/uploads/2008/11/alarm-system.jpg" alt="" width="74" height="111" /></a></p>
<p>เพราะฉะนั้นผมจะเสนอวิธีเลือก<strong>กันขโมยไร้สาย</strong>นะครับ เพราะเหมาะสำหรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วที่สุด</p>
<p><strong>การเลือกซื้อ</strong><strong>ระบบ</strong><strong>กันขโมย</strong></p>
<p>1. สำหรับในประเทศไทย ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีราคาตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปครับ เพราะโดยส่วนมากแล้วที่ราคาต่ำกว่านั้นมักจะเป็นของที่ไม่มีประสิทธิภาพผลิตจากโรงงานที่ไม่เข้มงวดด้านการ QC ปัญหาก็คือการใช้งานผิดพลาด ระบบ<strong>กันขโมย</strong>ไม่ได้มาตรฐานเกิดเตือนภัยผิดพลาดบ่อยๆ บลา..บลา..บลา</p>
<p>2. เลือกเครื่อง<strong>กันขโมย</strong> (Alarm panel) รุ่นที่ ไฟสำรอง (battery backup) หมดแล้ว keycode ที่ได้ register ไว้กับตัวเครื่องแล้วไม่หาย ไม่งั้นพอมีปัญหาที เรื่องใหญ่เลยครับทีนี้</p>
<p>3. เลือก<strong>อุปกรณ์กันขโมย</strong> เช่น <strong>PIR</strong>, <strong>magnetic sensor</strong> ที่ใช้ Lithium battery อย่าไปหลงคำโม้ยี่ห้อที่ใช้ถ่านอัลคาไลน์ (Alkaline battery) แล้วบอกว่า ระบบประหยัดพลังงานชนิดพิเศษ&#8230;&#8230;ทำให้มีอายุแบตยาวนานถึง&#8230;เด็ดขาด เพราะสุดท้ายพวกนี้มักจะมีหมายเหตุว่า ***ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบต, ความถี่ของการใช้ บลา บลา บลา ซึ่งเอาเข้าจริงๆ จาก 1-2 ปี ที่โม้ไว้ ใช้ได้น้อยกว่า 1 ปีทุกที</p>
<p>4. สำหรับบ้าน 2 ชั้น หรือมีคนอยู่เยอะ ให้เลือกยี่ห้อที่มี <strong>wireless keypad</strong> ไว้ด้วย เพราะไม่อย่างงั้น remote หายขึ้นมาที เป็นเรื่องแน่ๆ สำหรับคนที่ไม่รู้ keypad คืออุปกรณ์ต่อพ่วงเครื่องกันขโมย(ทำหน้าที่เหมือนเป็น remote control ปกติ แต่จะติดกับผนัง) ทำหน้าที่สำหรับเปิด-ปิด ระบบ ส่วนใหญ่ในตลาดบ้านเราถ้ามี ก็จะเป็นแบบ one way คือใช้ส่งข้อมูลอย่างเดียว สำหรับรุ่นที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นชนิด two ways คือเป็นทั้งเครื่องรับ-ส่ง สัญญาณ โดยเราจะสามารถตรวจสถานะภาพของเครื่อง<strong>กันขโมย</strong> ผ่าน keypad ได้</p>
<p>5. บ้านที่เลี้ยงน้องหมา ก็ให้เลือก <strong>PIR</strong> รุ่นที่สามารถ bypass สัญญาณสิ่งมีชีวิตเล็กๆได้ หรือเรียกง่ายๆว่าไม่จับสัตว์เลี้ยงนั่นเอง (pet immune PIR) แต่ก็ไม่ควรเลือก <strong>pet immune</strong> <strong>PIR</strong> รุ่นที่ไม่ตรวจจับสัตว์ที่มีน้ำหนักมากๆ เพราะคนไทยตัวค่อนข้างเล็กและเบากว่าฝรั่งมาก ไม่เช่นนั้นหากมีโจรที่ผอมแห้งแรงน้อยคลานเข้ามาขโมยของละก็..หึหึ</p>
<p>ไว้ว่างๆ แล้วจะมารีวิวกันขโมยยี่ห้อต่างๆ ให้ดูละกันครับ ว่ารุ่นไหนเป็นยังไง หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพื่อนๆเลือก<strong>กันขโมย</strong>ง่ายขึ้นนะครับ</p>
<div id="seolinx-tooltip" style="border: 1px solid #000000; margin: 0pt; padding: 0pt; display: none; opacity: 0.9; position: absolute; width: auto; z-index: 99999;">
<table style="border: 0pt none; margin: 0pt; padding: 0pt; border-collapse: separate; width: auto;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td id="seolinx-table" style="border: 0pt none ; margin: 1px; padding: 0pt; font-family: Tahoma; font-size: 11px; font-weight: bold;">
<div style="margin: 0pt; padding: 0pt; overflow: auto; width: auto;">
<table id="seolinx-paramtable" style="border: 1px solid gray; margin: 0pt; border-collapse: separate;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://toolbarqueries.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> PR: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google pagerank" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://www.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> I: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google index" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://www.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> L: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google links" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://siteexplorer.search.yahoo.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> LD: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Yahoo linkdomain" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://search.msn.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> I: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="MSN index" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Sitemap.xml" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://siteanalytics.compete.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> C: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Compete Rank" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://seodigger.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> SD: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Seodigger" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</td>
<td id="seolinx-tooltip-close" style="border: 0pt none; margin: 0pt; padding: 1px; cursor: pointer; vertical-align: middle; width: auto;" title="close"><img src="chrome://seoquake/content/skin/close.gif" alt="" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a2/howtobuy-homesecurity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเลือกใช้ Hardisk สำหรับ DVR</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/dvr/dvr-articles/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-hardisk-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-dvr/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/dvr/dvr-articles/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-hardisk-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-dvr/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2008 00:42:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[DVR]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ DVR]]></category>
		<category><![CDATA[Hardisk]]></category>
		<category><![CDATA[Hardisk for DVR]]></category>
		<category><![CDATA[HDD]]></category>
		<category><![CDATA[HDD for DVR]]></category>
		<category><![CDATA[security system]]></category>
		<category><![CDATA[security systems]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=51</guid>
		<description><![CDATA[ในการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัย โดยใช้ระบบกล้องวงจรปิดตรวจสอบ (Surveillance) และบันทึกลงใน DVR ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นผู้จำหน่ายหรือผู้ใช้งานมักให้ความสำคัญกับจำนวนวันที่สามารถบันทึกใน DVR มากกว่าคุณภาพที่ใช้บันทึก
เช่นสามารถบันทึกได้ 30-60 วัน เป็นอย่างน้อยซึ่ง คุณภาพที่ได้นั้นไม่สามารถใช้งานได้จริง
สำหรับสถานที่ ที่ให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัย สำหรับงานด้านการทำ surveillance(ระบบลาดตระเวน หรือระบบกล้องวงจรปิดนั่นเอง) เพื่อใช้งานได้จริงๆนั้น ควรที่จะให้ความสำคัญแก่ระบบบันทึกมากๆ (DVR) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Hardisk ในเบื้องต้นผมจะให้ความรู้เกี่ยวกับขนาดในการบันทึก (QCIF, CIF, 2CIF, 4CIF, D1)ก่อน หลังจากนั้นจะพูดถึงการเลือกใช้ Hardisk สำหรับ cctv
ขนาดในการบันทึก สำหรับ DVR


ขนาดในการบันทึกนั้นจะถูกเรียกตามขนาด ซึ่งถ้าบันทึกภาพที่มีขนาดใหญ่ก็จะใช้พื้นที่ Harddisk มากตามเรียงตามลำดับจากขนาดเล็กไปใหญ่ ดังนี้ QCIF &#62;&#62; CIF &#62;&#62; 2CIF &#62;&#62; 4CIF &#62;&#62; D1 จากภาพเราจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน **หมายเหตุ D1 เป็นการบันทึกเชิง digital หรือบันทึกจากพวก ip camera
ตัวแทนจำหน่ายรวมถึงผู้นำเข้าส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจในความสำคัญของขนาดในการบันทึก และโหมโฆษณาว่าตัวเองบันทึกได้เป็นเวลานาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในการออกแบบ<strong>ระบบรักษาความปลอดภัย</strong> โดยใช้ระบบ<strong>กล้องวงจรปิด</strong>ตรวจสอบ (<strong>Surveillance</strong>) และบันทึกลงใน <strong>DVR</strong> ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นผู้จำหน่ายหรือผู้ใช้งานมักให้ความสำคัญกับจำนวนวันที่สามารถบันทึกใน <strong>DVR</strong> มากกว่าคุณภาพที่ใช้บันทึก<span id="more-51"></span></p>
<p>เช่นสามารถ<strong>บันทึกได้ 30-60 วัน</strong> เป็นอย่างน้อยซึ่ง <strong>คุณภาพที่ได้นั้นไม่สามารถใช้งานได้จริง</strong></p>
<p>สำหรับสถานที่ ที่ให้ความสำคัญกับ<strong>ระบบรักษาความปลอดภัย</strong> สำหรับงานด้านการทำ <strong>surveillance</strong>(<strong>ระบบลาดตระเวน</strong> หรือระบบ<strong>กล้องวงจรปิด</strong>นั่นเอง) เพื่อใช้งานได้จริงๆนั้น ควรที่จะให้ความสำคัญแก่ระบบบันทึกมากๆ (<strong>DVR</strong>) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง <strong>Hardisk </strong>ในเบื้องต้นผมจะให้ความรู้เกี่ยวกับ<strong>ขนาดในการบันทึก </strong>(QCIF, CIF, 2CIF, 4CIF, D1)ก่อน หลังจากนั้นจะพูดถึงการเลือกใช้ <strong>Hardisk</strong> สำหรับ <strong>cctv</strong></p>
<p><strong>ขนาดในการบันทึก</strong> สำหรับ <strong>DVR</strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><a href="http://www.reviewermonster.com/wp-content/uploads/2008/11/cif-4cif.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-52" title="cif-4cif" src="http://www.reviewermonster.com/wp-content/uploads/2008/11/cif-4cif.jpg" alt="" width="200" height="150" /></a></p>
<p>ขนาดในการบันทึกนั้นจะถูกเรียกตามขนาด ซึ่งถ้าบันทึกภาพที่มีขนาดใหญ่ก็จะใช้พื้นที่ Harddisk มากตามเรียงตามลำดับจากขนาดเล็กไปใหญ่ ดังนี้ <strong>QCIF</strong> &gt;&gt; <strong>CIF</strong> &gt;&gt; <strong>2CIF</strong> &gt;&gt; <strong>4CIF</strong> &gt;&gt; <strong>D1 </strong>จากภาพเราจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน **หมายเหตุ D1 เป็นการบันทึกเชิง digital หรือบันทึกจากพวก <strong>ip camera</strong></p>
<p>ตัวแทนจำหน่ายรวมถึงผู้นำเข้าส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจในความสำคัญของขนาดในการบันทึก และโหมโฆษณาว่าตัวเองบันทึกได้เป็นเวลานาน &#8220;<strong>อย่าไปหลงเชื่อ</strong>&#8221;  ให้ดูขนาดในการบันทึกเป็นหลัก</p>
<p>ถ้าบันทึกในขนาด QCIF จะมีข้อดีคือมีอายุในการใช้บันทึกได้นานมากๆ แต่คุณภาพที่ได้จะต่ำมาก ส่วน 4CIF คุณภาพของภาพแม้ทำการขยายแล้ว ก็ยังชัดเจนอยู่มากทำให้สามารถขยายภาพเพื่อทำการตรวจสอบลักษณะของคนได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือใช้เนื้อที่ Hardisk เปลือง</p>
<p>สำหรับการใช้งานตามบ้านหรือร้านค้าทั่วไป ควรเลือกใช้ที่ CIF เพราะราคาของ <strong>DVR</strong> และการเลือกใช้ Hardisk ราคาจะไม่สูงมากนักนอกจากนี้ยังต้องดูเทคโนโลยีการบีบอัดภาพของ <strong>DVR</strong> นั้นด้วยซึ่งจะกล่าวถึงทีหลัง</p>
<p>สำหรับ <strong>Hardisk </strong>ที่ใช้ใน <strong>surveillance</strong> <strong>application</strong> นั้นต้องเลือกคุณภาพของ Hardisk ที่อยู่ในเกรดที่ดี ไม่ต่ำกว่า seerver grade เนื่องจาก Hardisk นั้นต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ยกตัวอย่างง่ายๆ ลองนึกถึง computer ที่ใช้กันตามบ้านดูนะครับ เคยเปิดเครื่องทิ้งเอาไว้แล้ว Hardisk ไหม้รึเปล่า นั่นก็เพราะว่า Hardisk ที่ใช้กันนั้น<strong>ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานหนักตลอด 24 ชั่วโมง</strong> แม้แต่เครื่อง server เองก็ตามก็ไม่ได้ใช้งานหนักตลอดแม้จะเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่การใช้งานในเครื่อง <strong>DVR </strong>แล้ว เนื่องจากเราต้องบันทึกตลอด 24 ชั่วโมง การทำงานจึงเหมือนกับเราเปิดโปรแกรมที่ใช้งานหนักตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกใช้งาน Hardisk จึงควรใช้เฉพาะที่เป็น server grade ขึ้นไปเท่านั้น หรือถ้าจะให้ดีก็ควรเลือกที่เป็น surveillance grade ยิ่งดี</p>
<p>ส่วนใหญ่ที่แถมมาให้กับเครื่อง<strong> DVR</strong> ในตลาดบ้านเรามักจะไม่บอกรุ่นของ Hardisk ซึ่งหลังจากที่ผมแกะดูส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็น Hardisk ทั่วไปๆเท่านั้น</p>
<div id="seolinx-tooltip" style="border: 1px solid #000000; margin: 0pt; padding: 0pt; display: none; opacity: 0.9; position: absolute; width: auto; z-index: 99999;">
<table style="border: 0pt none; margin: 0pt; padding: 0pt; border-collapse: separate; width: auto;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td id="seolinx-table" style="border: 0pt none; margin: 1px; padding: 0pt; font-family: Tahoma; font-size: 11px; font-weight: bold;">
<div style="margin: 0pt; padding: 0pt; overflow: auto; width: auto;">
<table id="seolinx-paramtable" style="border: 1px solid gray; margin: 0pt; border-collapse: separate;" border="0">
<tbody>
<tr>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://toolbarqueries.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> PR: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google pagerank" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://www.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> I: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google index" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://www.google.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> L: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Google links" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://siteexplorer.search.yahoo.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> LD: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Yahoo linkdomain" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://search.msn.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> I: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="MSN index" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Sitemap.xml" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://siteanalytics.compete.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> C: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Compete Rank" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
<td style="border: 1px solid gray; padding: 2px; background: #f0f0f0 none repeat scroll 0% 0%; color: darkgreen; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; white-space: nowrap;"><img style="vertical-align: middle;" src="http://seodigger.com/favicon.ico" alt="" width="12" height="12" /> SD: <a style="color: blue; font-family: Tahoma; font-size: 7pt; font-weight: bold; text-decoration: underline;" title="Seodigger" href="javascript:{}">wait&#8230;</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</td>
<td id="seolinx-tooltip-close" style="border: 0pt none; margin: 0pt; padding: 1px; cursor: pointer; vertical-align: middle; width: auto;" title="close"><img src="chrome://seoquake/content/skin/close.gif" alt="" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/dvr/dvr-articles/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89-hardisk-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-dvr/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ReviewerMonster</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/security-systems-directory/reviewermonster/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/security-systems-directory/reviewermonster/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Nov 2008 13:47:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[บริษัทที่เกี่ยวข้อง]]></category>
		<category><![CDATA[security system directory]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[ตัวอย่าง
Reviewer Monster เป็น Open community สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย
ในส่วนของ directory นั้น ท่านสามารถโพสแนะนำบริษัทและสินค้าของท่านเองได้

โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูก approve โดยทีมงานก่อนครับ เพื่อผลประโยชน์กับสมาชิกของเว็ปไซต์
สำหรับเจ้าของผลิตภัณฑ์ท่านใด ต้องการให้เราทำการ rating สามารถส่งสินค้ามาทดลองได้ครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตัวอย่าง</strong></p>
<p>Reviewer Monster เป็น Open community สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย</p>
<p>ในส่วนของ directory นั้น ท่านสามารถโพสแนะนำบริษัทและสินค้าของท่านเองได้</p>
<p><span id="more-43"></span></p>
<p>โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูก approve โดยทีมงานก่อนครับ เพื่อผลประโยชน์กับสมาชิกของเว็ปไซต์</p>
<p>สำหรับเจ้าของผลิตภัณฑ์ท่านใด ต้องการให้เราทำการ rating สามารถส่งสินค้ามาทดลองได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/security-systems-directory/reviewermonster/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้องวงจรปิด CCD VS CMOS</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/cctv-articles/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-ccd-vs-cmos/</link>
		<comments>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/cctv-articles/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-ccd-vs-cmos/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Oct 2008 16:27:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความกล้องวงจรปิด]]></category>
		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>
		<category><![CDATA[CCD]]></category>
		<category><![CDATA[CMOS]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องวงจรปิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆคนพอเห็นขึ้นต้นอันนี้แล้วคงจะพูด และด่าผมในใจ&#8230;พูดทำไม รู้อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันการที่จะบอกว่ากล้องวงจรปิดที่ใช้ CMOS chipset นั้นด้อยกว่า, คุณภาพห่วยกว่า, มีความคมชัดน้อยกว่า, บลา บลา บลา (อีก 108) กล้องวงจรปิดที่ใช้ CCD chipset นั้นขอบอกได้ว่า คุณตกยุคไปเรียบร้อยแล้วครับ


สลัดความคิดที่ล้าสมัยทิ้งไปซะ
ปัจจุบัน กล้องชั้นนำหลายเจ้า (ทั้งกล้องถ่ายรูปธรรมดา, กล้องวงจรปิด, กล้องประเภท machine vision) ได้ใช้ CMOS chipset กันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับกล้องวงจรปิดนั้น หลายๆรุ่น มีราคาสูงกว่า คุณภาพดีกว่า กล้องวงจรปิดที่ใช้เทคโนโลยี CCD ซะอีก 

ก่อนที่จะเริ่มต้นเปรียบเทียบกันจริงๆ ผมอยากเล่าเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ เทคโนโลยีทั้ง 2 ตัวนี้แบบคร่าวๆ ก่อนนะครับ (ถ้าขีเกียจอ่านก็ข้ามไปอ่านสรุปได้เลย)
เริ่มจากสมัยพระเจ้าเหาที่ 3 ยังไม่เกิด เทคโนโลยีแรกที่คลอดออกมาก่อนใครเพื่อนเลยคือ CMOS ครับ &#8220;CMOS&#8221; นั้นมาจากคำว่า complementary-symmetry metal–oxide–semiconductor (COS-MOS) แต่ชื่อเจ้ากรรมนี้ยาวไปนิดหน่อย เลยตัดเหลือแค่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายๆคนพอเห็นขึ้นต้นอันนี้แล้วคงจะพูด และด่าผมในใจ&#8230;พูดทำไม รู้อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันการที่จะบอกว่า<strong>กล้องวงจรปิด</strong>ที่ใช้ <strong>CMOS</strong> <strong>chipset</strong> นั้นด้อยกว่า, คุณภาพห่วยกว่า, มีความคมชัดน้อยกว่า, บลา บลา บลา (อีก 108) <strong>กล้องวงจรปิด</strong>ที่ใช้ <strong>CCD</strong> <strong>chipset</strong> นั้นขอบอกได้ว่า <strong>คุณตกยุคไปเรียบร้อยแล้วครับ</strong></p>
<p><span id="more-19"></span></p>
<p><a href="http://www.reviewermonster.com/wp-content/uploads/2008/10/1073926_86795926.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-28" title="1073926_86795926" src="http://www.reviewermonster.com/wp-content/uploads/2008/10/1073926_86795926-300x203.jpg" alt="" width="300" height="203" /></a></p>
<p><strong>สลัดความคิดที่ล้าสมัยทิ้งไปซะ</strong></p>
<p>ปัจจุบัน กล้องชั้นนำหลายเจ้า (ทั้งกล้องถ่ายรูปธรรมดา, กล้องวงจรปิด, กล้องประเภท machine vision) ได้ใช้ <strong>CMOS chipset </strong>กันทั่วบ้านทั่วเมือง<strong> </strong>สำหรับ<strong>กล้องวงจรปิด</strong>นั้น หลายๆรุ่น มีราคาสูงกว่า คุณภาพดีกว่า กล้องวงจรปิดที่ใช้เทคโนโลยี CCD ซะอีก <strong><br />
</strong></p>
<p>ก่อนที่จะเริ่มต้นเปรียบเทียบกันจริงๆ ผมอยากเล่าเกี่ยวกับที่มาที่ไปของ เทคโนโลยีทั้ง 2 ตัวนี้แบบคร่าวๆ ก่อนนะครับ <strong>(ถ้าขีเกียจอ่านก็ข้ามไปอ่านสรุปได้เลย)</strong></p>
<p>เริ่มจากสมัยพระเจ้าเหาที่ 3 ยังไม่เกิด เทคโนโลยีแรกที่คลอดออกมาก่อนใครเพื่อนเลยคือ CMOS ครับ &#8220;CMOS&#8221; นั้นมาจากคำว่า complementary-symmetry metal–oxide–semiconductor (COS-MOS) แต่ชื่อเจ้ากรรมนี้ยาวไปนิดหน่อย เลยตัดเหลือแค่ CMOS (พี่ฝรั่งตัดครับ พี่ไทยไม่ได้ตัดเอง)</p>
<p>ใช้ไปใช้มา เนื่องจากในยุคนั้น CMOS เจ้ากรรม มีปัญหาทางด้านความคมชัด ภาพที่ออกมาเป็นภาพแตกดั่งเม็ดบ้านทรายทอง และความสามารถในการปรับแสงจากมืด ไปสว่าง ใช้เวลาช้ามากๆ จึงเริ่มมีนักวิจัยหัวใส ค้นหาทฤษฎีใหม่ๆ เพื่อให้ได้คุณภาพของกล้องวงจรปิดที่ภาพชัดขึ้น ลูกที่คลอดออกมาจึงชื่อเด็กชาย CCD (Charge Coupled Device)</p>
<p>ความแตกต่างของ CCD และ CMOS สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนในยุคนั้น เพราะ CCD ได้ถูกวิจัยมาให้แก้ปัญหาของ CMOS นั่นเอง บริษัทต่างๆจึงเฮโลกันไปวิจัยและพัฒนา CCD กันหมดที่มีชื่อมากที่สุดก็เป็น Sony (sony CCD) แต่ CCD นั้นก็ยังมีปัญหาซึ่งเป็น<strong>ข้อจำกัด</strong>ของเทคโนโลยีนี้ ก็คือความสามารถในการใช้งานภายใต้สภาวะแสงที่แตกต่าง และการให้ภาพที่คุณสมบัติของสีผิดเพี้ยนจากของจริง</p>
<p>แต่จะอย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทที่ยังคงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน CMOS อยู่ต่อเนื่องจนได้ CMOS APS (ปัจจุบันมีแยกเป็นหลายค่ายมาก) ซึ่งมีพื้นฐานเทคโนโลยีมาจากเดิม แต่ต่อยอดจนสามารถแก้ปัญหาทางด้านความคมชัด และความสามารถในการรับการเปลี่ยนของแสงจากสว่าง &gt; มืด มืด &gt; สว่างได้ (ยังช้ากว่า CCD อยู่ดี) นอกจากนี้ คุณสมบัติที่เด่นเป็นพิเศษของ CMOS คือคุณสมบัติของสี ภาพที่ได้จาก<strong>กล้องวงจรปิด</strong>ที่ใช้เทคโนโลยี CMOS จะมีชีวิตมากกว่า<strong>กล้องวงจรปิด</strong> ที่ใช้เทคโนโลยี CCD</p>
<p>จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะสังเกตุได้ว่า ในแต่ละเทคโนโลยี มีจุดเด่นจุดด้อยที่ต่างกัน แต่ทั้งนี้ คุณภาพของภาพที่ได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบ เช่นจำนวน TV Line, function ต่างๆของ กล้องวงจรปิด, etc.. (ว่างๆ จะเริ่มทำการ review กล้องวงจรปิดที่นิยมใช้ในบ้านเราให้)</p>
<p>************************สรุป******************************</p>
<p>เปรียบเทียบที่คุณสมบัติ และ ราคา ใกล้เคียงกัน ***คะแนนใช้เพื่อเปรียบเทียบระหว้่ง CCD และ CMOS เท่านั้น***</p>
<p><strong>ความคมชัดของภาพที่ได้<br />
</strong>CCD  <strong>Rating:</strong> 5 out of 5 stars   VS CMOS <strong>Rating:</strong> 4 out of 5 stars</p>
<p><strong>สีสันที่เสทือนจริง</strong><br />
CCD <strong>Rating:</strong> 3.5 out of 5 stars VS CMOS <strong>Rating:</strong> 5 out of 5 stars</p>
<p><strong>ความเร็วในการปรับสภาพจาก สว่าง &gt; มืด, มืด &gt; สว่าง</strong><br />
CCD <strong>Rating:</strong> 5 out of 5 stars VS CMOS <strong>Rating:</strong> 3.5 out of 5 stars</p>
<p><strong>ความสามารถในการใช้งานในสภาพย้อนแสง (Wide dynamic)</strong><br />
CCD <strong>Rating:</strong> 2 out of 5 stars VS CMOS <strong>Rating:</strong> 4 out of 5 stars</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/cctv-articles/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-ccd-vs-cmos/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

