Logo Background

อย่าเสียเวลาใช้ Beam detector กันขโมย

1 vote, average: 5.00 out of 51 vote, average: 5.00 out of 51 vote, average: 5.00 out of 51 vote, average: 5.00 out of 51 vote, average: 5.00 out of 5 (1 votes, average: 5.00 out of 5) need a registered member to rate.
Loading ... Loading ...
  • Written by Monster | No Comments Comments
    Last Updated: November 18th, 2008

    หลายๆครั้งที่มีคนถามกันเข้ามาว่า จะใช้ระบบกันขโมย หรือ อุปกรณ์กันขโมย ชนิดไหนในการป้องกันแนวรั้ว หรือภายนอกบ้านดี เชื่อมั้ยครับ ส่วนใหญ่แล้ว ผมมักจะตอบว่า ถ้าสำหรับบ้านที่พักอาศัยทั่วไปอุปกรณ์พวกนั้นไม่มีประโยชน์ครับ ติดไปก็ทิ้งซะเปล่าๆ เปลืองเงิน

    beam detector

    beam detector

    สาเหตุหลักนั้นมาจาก การที่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้ภายนอก (Outdoor detector) การทำงานมักจะไม่ได้ประสิทธิตามที่เราคาดหวังไว้ ไม่ว่าจะเป็น Beam detector, Fence sensor, etc.. โดยเฉพาะ Beam detector ไม่ว่าจะเป็นชนิด Dual, Tri, Quad (ใช้sensor ตรวจจับ 2,3,4 ตัว ในการทำงาน) หรือจะมีมากกว่านี้ก็ตาม เพราะอุปกรณ์พวกนี้ถูกออกแบบมาอย่างง่ายๆ ฝรั่งเค้าเรียกว่า Dumb sensor (เซนเซอร์แบบโง่ๆ) เพราะหลักการทำงานนั้นคือการวางตัวอุปกรณ์ที่มีอยู่เป็นคู่คือตัวรับและตัวส่ง วางแยกกัน หากมีสิ่งใดตัดเส้น 2 ใน 3 เส้น ให้อุปกรณ์ทำการส่งสัญญาณแจ้งเตือน นึกถึงสภาพที่แมวกระโดดเดินผ่านกำแพง หรือนกบินผ่าน….ตรู๊ดดดดดดดด…เท่าที่เคยเห็นส่วนมากมักจะปิดกันภายในเวลาไม่กี่เดือน สรุปก็คือซื้อเสียตังค์ฟรีๆ

    สำหรับการใช้ป้องกันบ้านนั้น ใช้สำหรับภายใน และติด sensor ตามประตูหน้าต่างก็เพียงพอแล้วครับ เพราะส่วนใหญ่พอเข้ามา อุปกรณ์เตือนภัยก็ดังจนไล่โจรส่วนใหญ่เตลิดหมดแล้วครับ หรือถ้าอยากจะมีระบบไว้ป้องกันจริงๆ ผมแนะนำให้ไปซื้อกล้องวงจรปิดโง่ๆ ถูกๆของ Fujiko มาติดสำหรับภายนอกเพื่อไว้ขู่ยังจะดูดีซะกว่า (ติดเอาไว้ขู่)

    แล้วจริงๆมีเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับงานเช่นนี้หรือไม่?

    คำตอบคือมีครับ แต่แพงสุดๆ ไม่เหมาะกับการนำมาใช้ตามบ้านแน่นอน application นี้เรียกว่า Video analytics เป็นหลักการใช้ image processing มาใช้กับกล้องวงจรปิดซึ่งราคาขายกันตามโปรเจ็กก็ตกเป็นแสนต่อกล้อง 1 ตัว

Closed Comments are currently closed.