<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: กล้อง ip camera ความล้มเหลวในไทย</title>
	<atom:link href="http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/</link>
	<description>กันขโมย,สัญญาณกันขโมย,กล้องวงจรปิด,ระบบกันขโมย,DVR</description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Mar 2009 12:47:20 +0700</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>By: Monster</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/comment-page-1/#comment-19</link>
		<dc:creator>Monster</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2009 12:47:20 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=78#comment-19</guid>
		<description>ยินดีครับคุณ Vuz

ผมตั้ง community แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้อยู่แล้ว
สำหรับกล้อง ip นั้น ผมไม่ได้มีอคติอะไร และก็เคยแนะนำให้บางบริษัทได้ใช้ด้วย
เพียงแต่โดยส่วนใหญ่ที่เคยโดนถาม เอะอะอะไร ก็จะติดกล้อง ip พอถามว่าทำไมต้องติดกล้อง ip ส่วนใหญ่ก็เงียบกัน เลยต้องชี้ให้เห็นถึงข้อเสียซะบ้าง

สำหรับ
1. มีจริงครับในโซนยุโรปแล้วราคาเท่านั้นและผมเคยไปเดินเล่นโรงงานเค้าด้วยซ้ำ
 แต่อย่างที่บอกไว้ข้างต้น การจะชี้ให้เห็นจุดเสีย ก็ต้องอาศัยประเด็นหนักๆซะหน่อยและราคาดังกล่าวเหมาะกับการใช้งานประเภท Home-used ครับ

2. คุณภาพของกล้องที่ผมกล่าวมานี่ระดับ hi-end ทั้งหมดครับและใช้ housing ถูกต้องทุกประการ และกล้องที่ว่ามาเดี้ยงไป 60% แล้วครับ ภายในเวลา 1-2 ปี และยังไงก็ยังเห็นว่า application สำหรับ outdoor นั้นไม่ค่อยจะเหมาะในประเทศไทยอยู่ดี 


3. อันนี้ไม่แย้งครับ ว่าสามารถใช้รุ่นเล็กหรือใช้ switch ระดับล่างได้ แต่ไม่ควร เพราะเสี่ยงมากๆ และที่เราพูดกันนี่พูดถึงเรื่องความปลอดภัยครับ เพราะฉะนั้นเราจะให้เกิดความเสี่ยงตรงนี้ไม่ได้

6. ปัจจุบันจะมีอุปกรณ์ Encoder/Decoder สำหรับ Analog นี่แหละครับ ที่ใช้กล้องจำนวนหลายตัว ตัววิ่งไปด้วยสาย Coax หรือ UTP เพียงเส้นเดียว บางรุ่นมีไฟไปด้วย และระยะทางก็ไปได้เป็นกิโลครับ(ที่เคยลองของยุโรปคุณภาพเนียนจริงๆ ลองเทียบกับรุ่นที่มาจากจีนที่เป็นสเป็กเดียวกันภาพใสกว่าเยอะเลย) ถ้าจำนวนเพียงไม่กี่ 10 ใช้ อุปกรณ์ที่ผมกล่าวไว้จะเวิร์คกว่าครับ และที่สำคัญควรออกแบบเผื่อไว้เลย เช่น โซนที่ใช้กล้องเพียงแค่ 8 ตัว ก็ออกแบบไว้ให้รองรับที่ 16 ตัวไปเลย ค่าเดินสายเพิ่มนิดเดียวครับ ไม่เยอะ  

สำหรับผมมองในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงครับ จึงชอบการ record ลงอุปกรณ์หลายๆชิ้นมากกว่า
แน่นอนครับว่าการดูแล server เครื่องเดียวนั้นง่ายกว่า แต่ถ้า server ตัวนี้มีปัญหาก็ไปทั้งระบบ แน่นอนเราสามารถแก้ได้โดยใช้วิธีทำ mirror หรือทำ backup ระบบด้วยวิธีอื่นได้ แต่ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งถ้าเรา record ลงด้วยความระเอียดสูงๆ เอาขนาดที่ใช้งานจริง ค่าอุปกรณ์ดังกล่าวสูงกว่าการออกแบบชนิด Decentralize มากมายนัก อีกทั้ง performance ของภาพก็น้อยกว่าด้วยเช่นเดียวกัน

วิธีการ Decentralize recording ที่ผมว่าคือการกระจายการบันทึกจากเดิมที่บันทึกลงที่เดียวเป็นการบันทึกลงในอุปกรณ์หลายๆระบบ 
เช่น แทนที่จะใช้ DVR ชนิด 16-32 Ch. ก็เปลี่ยนมาใช้ DVR ชนิด 1/1 หรือ ไม่เกิน 4 Ch.แล้วทำ Raid0-5 Backup อีกที
ซึ่งดูเหมือนสิ้นเปลืองมาก แต่ถ้าเราบันทึกด้วย resolution ที่สูงๆแล้ว วิธีนี้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการบันทึกชนิด Centralize ครับ
ส่วนด้านการดูแล อันนี้ต้องทำใจนิดนึง ลำบากกว่าแน่นอน แต่ถ้าตอนติดตั้งมีการกำหนดและเข้าสายอย่างเป็นระเบียบแล้ว ปัญหาข้อนี้จะลดลงไปเยอะมากครับ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความรู้ที่คุณ Vuz แชร์ครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ยินดีครับคุณ Vuz</p>
<p>ผมตั้ง community แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้อยู่แล้ว<br />
สำหรับกล้อง ip นั้น ผมไม่ได้มีอคติอะไร และก็เคยแนะนำให้บางบริษัทได้ใช้ด้วย<br />
เพียงแต่โดยส่วนใหญ่ที่เคยโดนถาม เอะอะอะไร ก็จะติดกล้อง ip พอถามว่าทำไมต้องติดกล้อง ip ส่วนใหญ่ก็เงียบกัน เลยต้องชี้ให้เห็นถึงข้อเสียซะบ้าง</p>
<p>สำหรับ<br />
1. มีจริงครับในโซนยุโรปแล้วราคาเท่านั้นและผมเคยไปเดินเล่นโรงงานเค้าด้วยซ้ำ<br />
 แต่อย่างที่บอกไว้ข้างต้น การจะชี้ให้เห็นจุดเสีย ก็ต้องอาศัยประเด็นหนักๆซะหน่อยและราคาดังกล่าวเหมาะกับการใช้งานประเภท Home-used ครับ</p>
<p>2. คุณภาพของกล้องที่ผมกล่าวมานี่ระดับ hi-end ทั้งหมดครับและใช้ housing ถูกต้องทุกประการ และกล้องที่ว่ามาเดี้ยงไป 60% แล้วครับ ภายในเวลา 1-2 ปี และยังไงก็ยังเห็นว่า application สำหรับ outdoor นั้นไม่ค่อยจะเหมาะในประเทศไทยอยู่ดี </p>
<p>3. อันนี้ไม่แย้งครับ ว่าสามารถใช้รุ่นเล็กหรือใช้ switch ระดับล่างได้ แต่ไม่ควร เพราะเสี่ยงมากๆ และที่เราพูดกันนี่พูดถึงเรื่องความปลอดภัยครับ เพราะฉะนั้นเราจะให้เกิดความเสี่ยงตรงนี้ไม่ได้</p>
<p>6. ปัจจุบันจะมีอุปกรณ์ Encoder/Decoder สำหรับ Analog นี่แหละครับ ที่ใช้กล้องจำนวนหลายตัว ตัววิ่งไปด้วยสาย Coax หรือ UTP เพียงเส้นเดียว บางรุ่นมีไฟไปด้วย และระยะทางก็ไปได้เป็นกิโลครับ(ที่เคยลองของยุโรปคุณภาพเนียนจริงๆ ลองเทียบกับรุ่นที่มาจากจีนที่เป็นสเป็กเดียวกันภาพใสกว่าเยอะเลย) ถ้าจำนวนเพียงไม่กี่ 10 ใช้ อุปกรณ์ที่ผมกล่าวไว้จะเวิร์คกว่าครับ และที่สำคัญควรออกแบบเผื่อไว้เลย เช่น โซนที่ใช้กล้องเพียงแค่ 8 ตัว ก็ออกแบบไว้ให้รองรับที่ 16 ตัวไปเลย ค่าเดินสายเพิ่มนิดเดียวครับ ไม่เยอะ  </p>
<p>สำหรับผมมองในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงครับ จึงชอบการ record ลงอุปกรณ์หลายๆชิ้นมากกว่า<br />
แน่นอนครับว่าการดูแล server เครื่องเดียวนั้นง่ายกว่า แต่ถ้า server ตัวนี้มีปัญหาก็ไปทั้งระบบ แน่นอนเราสามารถแก้ได้โดยใช้วิธีทำ mirror หรือทำ backup ระบบด้วยวิธีอื่นได้ แต่ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งถ้าเรา record ลงด้วยความระเอียดสูงๆ เอาขนาดที่ใช้งานจริง ค่าอุปกรณ์ดังกล่าวสูงกว่าการออกแบบชนิด Decentralize มากมายนัก อีกทั้ง performance ของภาพก็น้อยกว่าด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p>วิธีการ Decentralize recording ที่ผมว่าคือการกระจายการบันทึกจากเดิมที่บันทึกลงที่เดียวเป็นการบันทึกลงในอุปกรณ์หลายๆระบบ<br />
เช่น แทนที่จะใช้ DVR ชนิด 16-32 Ch. ก็เปลี่ยนมาใช้ DVR ชนิด 1/1 หรือ ไม่เกิน 4 Ch.แล้วทำ Raid0-5 Backup อีกที<br />
ซึ่งดูเหมือนสิ้นเปลืองมาก แต่ถ้าเราบันทึกด้วย resolution ที่สูงๆแล้ว วิธีนี้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการบันทึกชนิด Centralize ครับ<br />
ส่วนด้านการดูแล อันนี้ต้องทำใจนิดนึง ลำบากกว่าแน่นอน แต่ถ้าตอนติดตั้งมีการกำหนดและเข้าสายอย่างเป็นระเบียบแล้ว ปัญหาข้อนี้จะลดลงไปเยอะมากครับ</p>
<p>ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความรู้ที่คุณ Vuz แชร์ครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: VuZ</title>
		<link>http://www.reviewermonster.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-ip-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7/comment-page-1/#comment-18</link>
		<dc:creator>VuZ</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Mar 2009 09:05:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.reviewermonster.com/?p=78#comment-18</guid>
		<description>ลองไปศึกษาเพิ่มนะครับ

1. กล้องมีหลายชนิดสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของจุดที่ติดตั้ง ราคามีตั้งแต่ 9000 ขึ้นไป ลองหาดูครับ ยังมีอีกหลายยี่ห้อที่อยู่โซนยุโรป

2. อาการเจ๊งอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ติดตั้ง เช่นติด outdoor โดยไม่ใส่ housing ที่มีพัดลม ก็สาเหตุนึง เอากล้อง indoor ไปติด outdoor ก็อีกสาเหตุนึง(อาจมองที่ราคาถูกเลยรั้นติดตั้ง)  กล้อง indoor/outdoor จะต่างที่ตรง auto iris อย่างถ้ากล้อง indoor โดนแสงสว่างที่คงที่ก็จะทำให้ตัว image sensor เสื่อมไว
       กล้อง ip camera จริงๆ มันก็คือ กล้อง analog + Video server &lt;-- ถูกครึ่งเดียวครับ ที่กล่าวมานั้นเป็นกล้อง Hybrid ภาพที่ได้นั้นก็ไม่ต่างกับกล้อง Analog กล้อง IP Camera แล้ว จริงๆนั้นเป็นกล้อง Pure IP ตามชื่อเลย เพราะมันรับภาพเป็น Digital และส่งภาพมาเป็น Digital ผ่าน Network เลย ทำให้ภาพที่ได้ live view/playback จะเหมือนกันคุณภาพของภาพไม่ต่างกันเลย

3. สามารถใช้ infra-structure ที่มีอยู่หรือขายตามตลาดทั่วไปครับ จุดสำคัญอยู่ตรงที่ลักษณะของการติดตั้งเหมือนที่กล่าวมาเบื้องต้นครับ ถ้าติดภายในก็ใช้แบบทั่วไป ถ้าใช้ภายนอกเช่นใส่กล่องผูกติดกับเสาไฟก็ต้องใช้ switch ที่เป็น Industrial grade ซึ่งจะทนความร้อนได้ถึง 60 องศา

6. แค่ 30-40 ตัวก็เห็นผลต่างแล้วครับ ราคากล้องสูงกว่าจริง สูงกว่าเยอะด้วย แต่...
   - การเดินสายจะใช้สาย UTP ราคาพอๆกับสาย Coax เดินไปเส้นเดียวแล้วก็ไปแตกย่อยด้วย Switch แต่ถ้าเป็นสาย Coax ต้องเดินสายไปเท่ากับจำนวนกล้องเลย ลองคิดดูถ้าตัวบันทึกอยู่ชั้น 1 แต่ต้องเดินสายกล้อง 10-30 ตัวไปถึงชั้น5 หรือชั้น10 สายก็เป็นมัดเลย
      - เดินสายน้อยลงค่าแรงในการเดินสายถูกขึ้น
      - ค่าบำรุงรักษาน้อยกว่า เช่น ถ้ามี DVR 30ch ขึนไปราคาอาจถึงหลักหมื่นปลายๆถึงกลังแสน ระบบพวกนี้มันไม่ควรที่จะล่มเลย ดังนั้นต้องหาซื้อมา spare อีกชุดนึง แล้วถ้าต่อไปกล้องเก่าเจ๊งไป ต้องการมาใช้กล้องที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าเดิม แล้ว DVR ตัวเก่าล่ะ จะรองรับหรือเปล่า อันนี้ต้องคิดดูครับ
          ระบบ IP มัน base on PC หรือ Server ซึ่งระยะเวลายิ่งนานเท่าไหร่ประสิทธิภาพก็ยิ่งดีขึ้น และที่สำคัญราคาก็ถูกลงด้วย เราหาซื้อได้ง่าย


ขออภัยล่วงหน้าครับผม ที่อาจเขียนข้อความที่ขัดแย้งกับคุณ เพียงแต่อยากให้ผู้อ่านได้มีมุมมองที่กล้วงขึ้นและเข้าใจระบบ IP Camera ดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ลองไปศึกษาเพิ่มนะครับ</p>
<p>1. กล้องมีหลายชนิดสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของจุดที่ติดตั้ง ราคามีตั้งแต่ 9000 ขึ้นไป ลองหาดูครับ ยังมีอีกหลายยี่ห้อที่อยู่โซนยุโรป</p>
<p>2. อาการเจ๊งอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่ติดตั้ง เช่นติด outdoor โดยไม่ใส่ housing ที่มีพัดลม ก็สาเหตุนึง เอากล้อง indoor ไปติด outdoor ก็อีกสาเหตุนึง(อาจมองที่ราคาถูกเลยรั้นติดตั้ง)  กล้อง indoor/outdoor จะต่างที่ตรง auto iris อย่างถ้ากล้อง indoor โดนแสงสว่างที่คงที่ก็จะทำให้ตัว image sensor เสื่อมไว<br />
       กล้อง ip camera จริงๆ มันก็คือ กล้อง analog + Video server &lt;&#8211; ถูกครึ่งเดียวครับ ที่กล่าวมานั้นเป็นกล้อง Hybrid ภาพที่ได้นั้นก็ไม่ต่างกับกล้อง Analog กล้อง IP Camera แล้ว จริงๆนั้นเป็นกล้อง Pure IP ตามชื่อเลย เพราะมันรับภาพเป็น Digital และส่งภาพมาเป็น Digital ผ่าน Network เลย ทำให้ภาพที่ได้ live view/playback จะเหมือนกันคุณภาพของภาพไม่ต่างกันเลย</p>
<p>3. สามารถใช้ infra-structure ที่มีอยู่หรือขายตามตลาดทั่วไปครับ จุดสำคัญอยู่ตรงที่ลักษณะของการติดตั้งเหมือนที่กล่าวมาเบื้องต้นครับ ถ้าติดภายในก็ใช้แบบทั่วไป ถ้าใช้ภายนอกเช่นใส่กล่องผูกติดกับเสาไฟก็ต้องใช้ switch ที่เป็น Industrial grade ซึ่งจะทนความร้อนได้ถึง 60 องศา</p>
<p>6. แค่ 30-40 ตัวก็เห็นผลต่างแล้วครับ ราคากล้องสูงกว่าจริง สูงกว่าเยอะด้วย แต่&#8230;<br />
   &#8211; การเดินสายจะใช้สาย UTP ราคาพอๆกับสาย Coax เดินไปเส้นเดียวแล้วก็ไปแตกย่อยด้วย Switch แต่ถ้าเป็นสาย Coax ต้องเดินสายไปเท่ากับจำนวนกล้องเลย ลองคิดดูถ้าตัวบันทึกอยู่ชั้น 1 แต่ต้องเดินสายกล้อง 10-30 ตัวไปถึงชั้น5 หรือชั้น10 สายก็เป็นมัดเลย<br />
      &#8211; เดินสายน้อยลงค่าแรงในการเดินสายถูกขึ้น<br />
      &#8211; ค่าบำรุงรักษาน้อยกว่า เช่น ถ้ามี DVR 30ch ขึนไปราคาอาจถึงหลักหมื่นปลายๆถึงกลังแสน ระบบพวกนี้มันไม่ควรที่จะล่มเลย ดังนั้นต้องหาซื้อมา spare อีกชุดนึง แล้วถ้าต่อไปกล้องเก่าเจ๊งไป ต้องการมาใช้กล้องที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าเดิม แล้ว DVR ตัวเก่าล่ะ จะรองรับหรือเปล่า อันนี้ต้องคิดดูครับ<br />
          ระบบ IP มัน base on PC หรือ Server ซึ่งระยะเวลายิ่งนานเท่าไหร่ประสิทธิภาพก็ยิ่งดีขึ้น และที่สำคัญราคาก็ถูกลงด้วย เราหาซื้อได้ง่าย</p>
<p>ขออภัยล่วงหน้าครับผม ที่อาจเขียนข้อความที่ขัดแย้งกับคุณ เพียงแต่อยากให้ผู้อ่านได้มีมุมมองที่กล้วงขึ้นและเข้าใจระบบ IP Camera ดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
